หากใครที่ไม่ทราบว่า GameStop นั้นคืออะไรให้ทุกคนลองนึกถึงยุครุ่งเรืองของร้านเช่าวีดีโอ นั่นละแบบนั้นเลย

gamestop - shop

GameStop เป็นร้านค้าปลีกเกมที่ใหญ่มากในอเมริกาเสมือนเป็นสวรรค์ของเด็กจนไปถึงผู้ใหญ่สายเกมเมอร์กันเลยก็ว่าได้ และมีประวัติมาอย่างยาวนานกว่า 35 ปี การปิดสาขากว่า 200 สาขาในครั้งนี้ถึงแม้ว่าจะไม่ถึงกับทำให้บริษัทต้องปิดตัวลงแต่อย่างใด แต่มันก็ทำให้เราสามารถเรียนรู้จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ซึ่งสาเหตุของการปิดสาขากว่า 200 สาขาในครั้งของ GameStop อันเนื่องมาจากผลประกอบการของบริษัทค่อนข้างเป็นที่น่าสังเกตจากกำไรสุทธิที่ลดลงจากอดีตสูงมากถึง 14% หรือราวกว่าพันล้านบาท จนทำให้ผู้บริหารต้องดึงเก้าอี้นั่งตัวตรงแก้ปัญหาอย่างจริงจังกันเลยทีเดียว และการปิดสาขาในครั้งนี้ทางผู้บริหารไม่สามารถการันตีได้ด้วยว่าจะปิดทั้งหมดกี่สาขาอาจมากกว่าหรือน้อยกว่า 200 สาขาซึ่งอันนี้คงต้องดูความเหมาะสมกันอีกครั้งหนึ่ง และเชื่อว่าการตัดสินใจในครั้งนี้อาจส่งผลดีในระยะยาวคงไม่ใช่ในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน

ข้อสังเกต

สิ่งที่เราพอจะเดากันได้ไม่ยากนั้นอาจมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ง่าย ๆ ดูที่ตัวเราเองก็ได้ทุกวันนี้ใครที่จะซื้อเกมแล้วต้องนั่งรถไปที่ร้านขายเกมอยู่บ้าง แน่นอนว่ามี แต่มีตัวเลขที่น้อยมากเดี๋ยวนี้แทบจะทุกคนซื้อเกมผ่านระบบเซิฟเวอร์กันทั้งนั้นอย่าง Epic Store หรือ Steam ก็ตามทั้งสะดวกปลอดภัยและเข้าถึงได้ง่าย ในอนาคตอันใกล้ไม่แน่ว่าเราอาจไม่ต้องเสียเวลาโหลดเกมแล้วก็เป็นได้ เล่นกันบนระบบคราวน์กันไปเลย

เราลองมานึกภาพตามกันขนาด GameStop องค์กรใหญ่ขนาดนี้เขายังปรับตัวแทบไม่ทันยังต้องเจอกับ Disruption หรือนวัตกรรมนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง แล้วคุณละเป็นใครกำลังทำอะไรอยู่ทุกวันนี้คุณพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่เสมอหรือไม่ ถ้าวันนี้งานที่คุณทำอาจไม่เป็นอย่างที่คาดไว้หรือมีอะไรที่ส่งผลให้รายได้ของคุณหยุดชะงักลงคุณจะมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร จะเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองตั้งแต่วันนี้ หรือจะรอให้ใครมาบีบให้คุณเปลี่ยนแปลง

เอาเรื่องที่ใกล้ตัวขึ้นมาอีกขั้น ดูอย่างอาชีพวินมอเตอร์ไซต์ เมื่อก่อนอาชีพพี่วินถือว่าเป็นอาชีพที่มีรายได้ดีพอสมควรตั้งแต่วันละ 500-2,000 กันเลยทีเดียวหรือมากกว่านั้นตามจำนวนผู้โดยสารเสื้อวินขายกันตัวละเป็นแสน ๆ แล้วมันก็เป็นแบบนั้นมาเป็นสิบปี จนวันนี้วันที่ประเทศไทยรู้จักกับแอพพลิเคชันที่เรียกว่า “Grab” นี่ละ Disruption เต็ม ๆ เรามักจะเห็นข่าวพี่วินทะเลาะกับ Grab อยู่เป็นประจำเพราะ Grab ส่งผลกระทบกับรายได้ของพวกเขาโดยตรง ซึ่งวิธีแก้ปัญหาของพี่วินแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน บางคนก็ขับ Grab ด้วยอีกทางลงทุนซื้อมือถือหัดเรียนรู้การใช้งานแอพพลิเคชัน หรือคนบางกลุ่มถึงขั้นไปทำอาชีพอื่นเลยก็มี หรืออีกหลายคนเลือกที่จะปรับเปลี่ยนคนอื่นแทนตัวเองด้วยวิธีต่าง ๆ นา ๆ ตามข่าว ซึ่งนั้นถ้าเรามองให้ลึกลงไปมันก็เป็นวิธีการป้องกันตัวของปัจเจกบุคคลนั้น ๆ ไปอีกแน่นอนว่าแต่ละคนก็มีวิธีที่ต่างกันออกไป

มาถึงตรงนี้เชื่อว่าหลายคนคงเริ่มเห็นภาพกันบ้างแล้ว อย่างไรก็ดีนี่เป็นเพียงแง่มุมหนึ่งที่เราอยากจะนำเสนอให้กับผู้อ่านของเราได้ลองกลับไปคิดทบทวนดูเท่านั้น แล้วคุณละครับเห็นด้วยกับเราไหม !