Sega Akihabara Kigo อาคารประกอบการวิดีโอเกมชื่อดังของบริษัท Sega ที่ตั้งอยู่ในย่านร้านค้าชื่อดัง Akihabara (อากิฮาบาระ) กรุง Tokyo ได้แถลงผ่าน social media ว่าเตรียมปิดกิจการของ Sega ที่สาขานี้อย่างเป็นทางการแล้วในช่วงสิ้นเดือนสิงหาคมนี้
Sega Akihabara Kigo หรือที่รู้จักกันในชื่อ Sega Akihabara Building 2 เป็นศูนย์ให้บริการเกม Arcade หรือที่เรียกกันว่าเกมตู้ที่ให้บริการมาตั้งแต่ปี 2003 เคยให้บริการนักท่องเที่ยวที่เป็นคอเกม Arcade มามากมายทั่งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ ซึ่งถือเป็นเป็น 1 ในแลนด์มาร์คสำคัญของย่าน Akihabara นี้มาอย่างยาวนาน โดยที่ Sega นั้นถือเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ให้บริการตู้เกม Arcade ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด มีเกมชื่อดังและไดด้รับความนิยมในระดับสูงมากมายไม่ว่าจะเป็น Street Fighter , Tekken , King of fighters , Samurai Shodown , และ SoulCalibur ล้วนดังมาจากตู้เกม Arcade แทบทั้งสิ้น และด้วยที่ย่าน Akihabara นั้นเป็นย่านที่เหมือนกับเป็นศูนย์รวมของวัฒนธรรมป๊อปญี่ปุ่นทั้งย้อนยุคและนำสมัยทำให้นักท่องเที่ยวสามารถพบเจอกลุ่มแต่ง Cosplay ตัวละครจากเกม Arcade ในย่านนี้ได้บ่อยครั้งอีกด้วย

น่าเสียดายที่เมื่อไม่นานมานี้ทางผู้บริหารของ Sega Akihabara Kigo ได้แจ้งข่าวการเตรียมปิดกิจการของอาคารนี้อย่างถาวรผ่านทาง social media ด้วยข้อความว่า

“ขอขอบคุณสำหรับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เราต้องขออภัยที่จะต้องประกาศว่า Sega Akihabara Building 2 จะปิดทำการ
วันสุดท้ายของการดำเนินการคือวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม
พนักงานทั้งหมดต้องการที่จะแสดงความขอบคุณจากใจจริงที่ได้รับการสนับสนุนด้วยความรักที่คุณมอบให้กับสถานประกอบการของเราเป็นเวลาหลายปี”
แน่นอนว่าสาเหตุของการปิดกิจการดังกล่าวนี้ก็มาจากเหตุระบาดของเชื้อไวระส Covid-19 ที่ส่งผลกระทบเป็นอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะย่านท่องเที่ยวที่มีค่าเช่าและค่าดูแลรักษาที่ค่อนข้างสูงกว่าพื้นที่อื่น ยิ่งเป็นเหมือหลวงอย่าง Tokyo ที่มีค่าครองชีพสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ โดยที่อาคาร Sega Akihabara Kigo นั้นสามารถอยู่ได้จากค่าบริการของนักท่องเที่ยวเป็นหลัก แต่พอเกิดเหตุไวรัสระบาดทำให้นักท่องเที่ยวที่จะมาใช้บริการโดยเฉพาะจากต่างประเทศเรียกได้ว่าลดเป็น 0% เลยก็ว่าได้ ทำให้กิจการดังกล่าวแบกค่าใช้จ่ายไม่ไหวทำให้ต้องปิดตัวลงในที่สุด
ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าตกใจเหมือนกันที่ Sega Akihabara Kigo ต้องปิดตัวลงหลังจากให้บริการนักท่องเที่ยวมาแล้วร่วม 17 ปี และเมื่อมองถึงปัจจุบันที่การระบาดของเชื้อไวรัสส่งผลให้คนทั่วไปต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่อาจจะต้องอยู่บ้านมากขึ้น เที่ยวน้อยลง และลดการพบปะผู้คนมากกว่าที่เคยเหมือนก่อน ซึ่งอาจจะส่งผลให้ 1 ในวัฒนธรรมที่อยู่คู่ชาวญี่ปุ่นมายาวนานอย่างตู้เกม Arcade นั้นหดหายลงไปเรื่อย ๆ ในอนาคต
ที่มา gamerant.com








