Starfield เกมเปิดโลกในอวกาศล่าสุดของทาง Bethesda ที่เพิ่งประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อไม่นานนี้ อาจสร้างความกังวลให้กับผู้เล่นในฝั่ง PC เล็กน้อยเนื่องจากทางผู้พัฒนาได้ร่วมมือกันพัฒนากับ AMD ในฐานะ Partnership ซึ่งจะส่งผลให้ตัวเกมจะมีฟีเจอร์บางอย่างซึ่งผู้เล่นที่ใช้อุปกรณ์ของ AMD โดยเฉพาะ GPU จะสามารถรองรับได้เท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันที่อาจจะมีฟีเจอร์บางอย่างที่ผู้เล่นซึ่งไม่ได้ใช้อุปกรณ์เหล่านั้นสามารถรองรับได้

Starfield, Bethesda, odd Howard, AMD Partnership

ตัวอย่างที่เห็นได้เด่นชัดที่สุดระหว่างฟีเจอร์หลักของ GPU จากทางฝั่ง Nvidia และทาง AMD ก็คือระบบ Ray-tracing ซึ่งทาง Nvidia นั้นพัฒนาเป็นฟีเจอร์หลักๆ ของการ์ดจอ RTX ซึ่ง แม้ทาง AMD ก็พัฒนาคุณสมบัติดังกล่าวด้วยเช่นกันในการ์ดจอ RX แต่ก็ยังไม่สามารถรองรับได้อย่างครอบคลุมมากกว่าอย่างที่ Nvidia ทำได้ ซึ่งทั้งหมดนี้จะนำไปสู่การพัฒนาเกมที่ในบางครั้งจะมีการพัฒนาร่วมกันในรูปแบบ Partnership ระหว่างผู้พัฒนาเกมกับผู้พัฒนาอุปกรณ์ ซึ่ง Starfield นั้นผู้พัฒนาได้ประกาศจับมือร่วมกับ AMD ในการพัฒนาเกมดังกล่าวนี้ด้วย

“เราได้สร้างเทคโนโลยีใหม่ทั้งหมดสำหรับ [Starfield] ด้วย Creation Engine 2 และการทำงานร่วมกับ AMD เพื่อให้มันดูดีและใช้งานได้ดีนั้นเป็นสิ่งที่พิเศษจริงๆ”

“เรามีวิศวกรของ AMD ในฐานรหัสของเราซึ่งทำงานเกี่ยวกับการลดอัตราการสุ่มสัญญาณ FSR2 และการประมวลผลภาพ และมันดูเหลือเชื่อมาก”

Starfield, Bethesda, odd Howard, AMD Partnership

Todd Howard ตำแหน่ง Director ของเกมกล่าวในวิดีโอโปรโมตสำหรับการทำงานร่วมกันนี้ น่าแปลกที่การประกาศดังกล่าวมีความชัดเจนในประเด็นเฉพาะ ซึ่งรวมถึงเป้าหมายอัตราเฟรมบนพีซีและรายละเอียดเกี่ยวกับการรองรับ Ray-tracing

Link Twitter: https://twitter.com/JuiceHead33


แน่นอนว่าหลังจากรับรู้การร่วมมือดังกล่าวจาก Todd Howard การตอบสนองต่อผู้เล่นนั้นก็ออกมาอย่างรวดเร็วซึ่งทั้งหมดนั้นส่วนใหญ่ไปในทางเดียวกันคือ “การกดไม่ถูกใจ” สูงถึง 2000 ครั้งบน YouTube ซึ่งมากกว่า “การกดถูกใจ” ถึง 2 เท่า โดยที่ความเห็นส่วนใหญ่นั้นก็คือการร่วมมือเป็น Partnership กับทาง AMD นั้น จะส่งผลให้เกม Starfield จะไม่รองรับระบบ DLSS (Deep Learning Super Sampling) ของ Nvidia และ XeSS (Xe Super Sampling) ของ Intel ซึ่งเทคโนโลยีทั้งสองนั้นสามารถเรนเดอร์เกมด้วยความละเอียดที่ต่ำกว่า จากนั้นใช้ระบบที่เรียกว่า Machine Learning เพื่อเพิ่มสเกลขนาดของภาพโดยที่จะไม่ศูนย์เสียความคมชัด ซึ่งจะส่งผลที่จะลดการใช้ทรัพยากรเครื่องในด้านกราฟิกและการนำทรัพยากรส่วนที่เหลือไปใช้ในส่วนอื่นอย่างเช่นอัตรา framerate

ทั้ง DLSS และ XeSS นั้น ต้องยอมรับว่ามีคุณสมบัติที่เหนือกว่า FSR (FidelityFX Super Resolution) ของทางฝั่ง AMD ที่ทำงานคล้ายๆ กัน และเป็นที่ทราบกันดีว่าผู้เล่นในฝั่ง PC ส่วนใหญ่นั้นเลือกประกอบเครื่องขึ้นมาโดยเลือกอุปกรณ์ของ Intel และ Nvidia ซึ่งเหตุข้อกังวลและความไม่ถูกใจของเกม Starfield กับการร่วมือกับ AMD ก็คือสาเหตุนี้นั่นเอง

Starfield, Bethesda, odd Howard, AMD Partnership

มีคำถามจากคนในแวดวงของอุตสาหกรรมเกมก็ออกมาตั้งคำถามเกี่ยวกับผู้พัฒนาเกมที่ประกาศ Partnership กับ AMD ในครั้งนี้หลากหลายคน ตัวอย่างเช่น

“DLSS เหนือกว่า FSR 2 อย่างมาก ดังนั้นฉันจึงไม่เข้าใจว่าทำไม Microsoft / Bethesda ถึงลงนามในข้อตกลงที่จะเลือกตัด DLSS ออกจาก Starfield ข้อตกลงนี้มันสวนทางกับผู้บริโภค และจะไม่ช่วยให้ AMD ขาย GPU ได้มากขึ้น ควรไปสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่าแทนที่จะทำอะไรแบบนี้” John Linneman จาก Digital Foundry

“ถ้าใครที่ Bethesda กำลังดูอยู่ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าเกมรองรับ DLSS และ XeSS อย่าทำให้เกมนี้เป็นอีกหนึ่งเกมของ AMD ที่ขาดคุณสมบัติสำคัญ” John Linneman จาก Digital Foundry

นอกจากนี้เหล่าแฟนๆ ใน subreddit ของ Starfield ต่างก็งงงวยเช่นเดียวกันกับการร่วมมือกันในครั้งนี้ รวมไปถึงในโพสของทาง AMD เองก็เต็มไปด้วยข้อความจากผู้ไม่ประสงค์ออกนามที่ส่วนใหญ่ออกมาในทางลบทั้งสิ้น สัญญาณของ Review bomb เริ่มส่อเค้ารางมาแต่ไกลเลยงานนี้


ที่มา: kotaku.com

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here