จากรายงานสดของ Mark Zuckerberg ใน Facebook Connect นั้น เจ้าตัวได้ประกาศในระหว่าง Live สดว่าได้เปลี่ยนชื่อบริษัทแม่ที่บริหารเว็ปไซต์และแพลตฟอร์มของ Facebook ให้มาเป็นชื่อบริษัท Meta ตามที่สื่อหลายสำนักคาดการณ์กันไว้ก่อนหน้านี้ และ Zuckerberg ยังได้เตรียมที่จะสร้าง metaverse หรือ “จักรวาลเมต้า” ให้เป็นมากกว่าบริษัทด้านโซเชียลมีเดียอย่างที่เป็นอยู่

เป้าหมายในอนาคตของ Meta ที่จะสร้างอณาจักรของตัวเองที่ชื่อว่า metaverse คือความทะเยอทะยานใหม่ของ Mark Zuckerberg ที่กล่าวผ่าน Facebook Connect ที่เพิ่งจบไปไม่นานนั้น เขากล่าวว่า “จะช่วยให้ผู้คนเชื่อมต่อ ค้นหาชุมชน และขยายธุรกิจ”
“metaverse จะเป็นลูกผสมของประสบการณ์ในโซเชียลออนไลน์ ซึ่งบางครั้งขยายออกมาในรูปแบบสามมิติหรือในโลกจริง มันจะทำให้คุณสามารถแบ่งปันประสบการณ์ต่างๆ กับผู้อื่นได้แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ด้วยกันก็ตาม มันเป็นวิวัฒนาการต่อไปของเทคโนโลยีทางสังคม และกำลังนำไปสู่บทใหม่ของบริษัทของเรา”
Zuckerberg ยังกล่าวว่าโครงสร้างองค์กรจะยังคงไม่เปลี่ยนแปลงแต่วิธีการรายงานข้อมูลของรายได้บริษัทจะเปลี่ยนไป และจะเริ่มต้นในไตรมาสที่ 4 ของปี 2021 โดยที่ Meta จะประกาศรายได้สำหรับสองกลุ่มได้แก่ Family of Apps และ Reality Labs นอกจากนี้ตั๋วในตลาดหลักทรัพย์ของบริษัทจะเปลี่ยนเป็น MVRS ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2021 เป็นต้นไป
เมื่อเร็วๆ นี้ Facebook เคยเปิดเผยว่ากำลังใช้เงินถึง 10 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้เพื่อสร้าง metaverse และมีคนกว่า 10,000 คนกำลังทำงานอยู่ในขณะนี้ ซึ่งพวกเขาต้องการให้เป็นจักรวาลขนาดใหญ่และมีชีวิตจริงในโลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งในที่นี้ Bobby Kotick ซีอีโอของ Activision Blizzard ก็เห็นไปในทางเดียวกันเนื่องจากเขาเชื่อว่า Ready Player One อาจจะเกิดขึ้นจริงใน metaverse (Ready Player One คือภาพยนตร์ชื่อดังที่ให้คนเข้าไปอาศัยและทำกิจกรรมต่างๆ หรือแม้แต่ทำงานหาเงินมาใช้ในโลกจริงก็ได้ อยู่ภายในโลกเสมือนจริงในรูปแบบเกม)

แต่ถึงอย่างไรยังมีข่าวด้านอื่นๆ ที่รายงานว่า Facebook ต้องเผชิญกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เพิ่มขึ้นหลังจาก Frances Haugen ผู้เผยแพร่เบาะแสซึ่งเป็นเอกสารของบริษัทที่มีความละเอียดอ่อนมากๆ ภายในบริษัทส่งไปยัง The Wall Street Journal ซึ่งเป็นข้อมูลอ้างว่า Facebook นั้นกำลังเป็นอันตรายต่อสังคมโดยรวม และยังมีข้อมูลรายละเอียดต่างๆ อีกมาก และพวกเขากำลังจะเปลี่ยนชื่อเพื่อลดกระแสดังกล่าว
นอกจากจะเปลี่ยนชื่อจาก Facebook เป็น Meta แล้ว บริษัทยังได้เปิดตัว Grand Theft Auto: San Andreas ที่กำลังจะมาในเวอร์ชั่น Oculus Quest 2 อีกด้วยเป็นของแถม และจะมีการให้บริการ VR ใหม่ๆ ที่กำลังพัฒนาอีกมากมายในอนาคตซึ่งน่าจะได้ใช้กันในอีก 5 ปีข้างหน้านี้
ที่มา: https://www.gamespot.com



