ก็เปิดตัวกันไปแล้วอย่างเป็นทางการสำหรับเครื่อง Next Gen ของ 2 ค่ายใหญ่อย่างเครื่อง PlayStation 5 ของทางฝั่ง Sony และเครื่อง Xbox Serie X ของทางฝั่ง Microsoft ซึ่งต่างฝ่ายก็ได้พัฒนาและได้โชว์จุดเด่นออกมากันเต็มที่ทั้ง 2 ค่ายเพื่อที่จะเป็นจุดขายให้กับเหล่าแฟนเกมสาวกของ Console ฝั่งของตนรวมไปถึงแฟนเกมอื่น ๆ ทั่วไปด้วย โคยภายหลังการเปิดตัวเครื่องเกม Console ของทั้ง 2 ค่ายแล้วก็เริ่มเกิดคำถามขึ้นมาว่า “ควรซื้อเครื่องไหนดี” ซึ่งในที่นี้ทางทีมงาน Gamerr.net จะนำเอา spec ที่สำคัญของทั้ง 2 เครื่องมาเปรียบเทียบกันให้ชมกับแบบหมัดต่อหมัดเพื่อให้แฟนเกมได้เอาไปประกอบการตัดสินใจ ซึ่งจะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย

CPU

PS5 – Zen 2 8 Cores 3.5GHz

XBX – Zen 2 8 Cores 3.8GHz

ในเรื่องหน่วยประมวลผลหลักหรือ CPU นั้นทั้ง 2 เครื่องใช้ Zen 2 ที่มี 8 Cores ด้วยกันทั้งคู่ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่สุดของทาง AMD ที่ผลิตมาเพื่อเครื่องเกม Console โดยเฉพาะนั่นเอง แต่ในเรื่องความเร็วนั้นทางฝั่ง Xbox Serie X อยู่ที่ 3.8 GHz ซึ่งมากกว่าทางฝั่ง PlayStation 5 ที่ 3.5 GHz อยู่เล็กน้อย ซึ่งในที่นี้ทาง Xbox น่าจะนำเอา CPU ตัวดังกล่าวมาทำการ Overclock เพื่อเพิ่มความเร็วให้กับตัว CPU ให้มีความเร็วสูงกว่าเดิมเล็กน้อยเพื่อให้เป็นจุดขายที่โดดเด่นกว่าทางฝ่าย Sony นั่นเอง

PlayStation 5 cpu, Xbox Serie X cpu, Zen 2 8 Cores 3.5GHz

———-

GPU

PS5 – 10.28 TFLOPs, 36 CUs @ 2.23GHz

XBX – 12 TFLOPs, 52 CUs @ 1.825 GHZ

แน่นอนว่าทั้ง 2 ฝ่ายนั้นใช้ GPU Radeon RX 5000 เหมือนกันทั้งคู่อีกแล้ว ซึ่ง GPU ตัวนี้มาพร้อมกับเทคโนโลยี RDNA 2 ที่สามารถรองรับระบบ Ray Tracing ได้ แต่ว่าเจ้า RDNA 2 นั้นมีข่าวว่ามีความแรงที่อยู่ในระดับเดียวกันกับ GPU RTX 2080 ของฝั่ง PC เลยทีเดียว (บางข่าวบอกว่าแรงกว่า) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นความแรงของชิพประมาลผลก็จะมาพร้อมกับอุณภูมิที่สูงขึ้น ซึ่งก็จะโดนข้อจำกัดในเรื่องขนาดซิงค์ระบายความร้อนที่จะโดนขนาดของเครื่อง Console ดังกล่าวนี้จำกัดไว้ เพราะความร้อนนั้นมันจะส่งผลให้ตัว GPU จะลดประสิทธิภาพตัวมันเองเพื่อรักษาอุณภูมิไว้ในระดับที่ปลอดภัย โดยในยกนี้ทางฝ่าย Xbox นั้นเหนือกว่าเล็กน้อย เพราะมาในแบบ 12 TFLOP 52 Core Speed มีความเร็วอยู่ที่ 1.825 GHz ซึ่งสูงกว่าทาง PS5 ที่มาในแบบ 10.28 TFLOP 36 Core Speed มีความเร็วอยู่ที่ 2.233 GHz *เหตุที่ GPU ของทาง Xbox แรงกว่าทั้งที่ GHz ต่ำกว่า ก็เพราะมีจำนวน TFLOP ที่สูงกว่านั่นเอง*

———-

Memory/Interface

PS5 – 16GB GDDR6 / 256-bit

XBX – 16GB GDDR6 / 256-bit

ด้าน Memory ที่ทั้ง 2 ฝ่ายใช้รุ่นเดียวกันขนาดเดียวกันไม่มีการปรับแต่ง ยกนี้ต้องเรียกว่าเสมอกันไปไม่มีใครเหนือกว่า

———-

Memory Bandwidth

PS5 – 448GB/s

XBX – 10GB at 560GB/s, 6GB at 336GB/s

ด้าน Bandwidth ของ Memory นั้นจะเห็นได้ว่าทางฝั่ง Xbox นั้นยืดหยุ่นและมีขนาดใหญ่กว่าของทางฝั่ง PS5 แต่ในเรื่องนี้ในการใช้งานจริงนั้นความต่างระดับนี้ต้องเรียกว่าแทบไม่มีความแตกต่างเลยในการเล่นเกม ซึ่งในยกนี้ต้องถือว่าเสมอกันไป

———-

Internal Storage

PS5 – 825GB Custom NVMe SSD

XBX – 1TB Custom NVMe SSD

ในด้าน Storage ที่ใช้เก็บข้อมูลหรือเรียกให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือพื้นที่ที่เครื่องมีมาให้เพื่อใช้เก็บเกมซึ่งในส่วนนี้ทั้ง 2 ฝ่ายก็ใช้ Storage เทคโนโลยีใหม่คือ Solid State Drive แบบ NVMe ที่มีความเร็วในการการรับส่งข้อมูลที่สูงมาก มากกว่าเครื่อง Gen เก่าที่ใช้ HDD ต่อเข้าช่อง SATA ที่มีความเร็วสูงสุดจำกัดอยู่ที่ 6GB/s (600MB/s) แต่ NVMe SSD นั้นมีความเร็วรับส่งสูงมากซึ่งบางรุ่นนั้นสูงถึง 2,000GB/s กันเลยทีเดียว และดูจากขนาดของ Storage ที่ทั้ง 2 เครื่องให้มานั้นก็ต้องบอกว่า 1TB ของฝั่ง Xbox นั้นสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากว่าเกมระดับ AAA สมัยนี้มีขนาดใหญ่ตั้งแต่ 50-100GB แทบทั้งนั้น

———-

Expandable Storage

PS5 – NVMe SSD Slot

XBX – 1TB Expansion Card

Expandable Storage หรือเรียกให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือส่วนขยายภายในที่ทำให้เครื่องสามารถเพิ่ม Storage ได้ ซึ่งในส่วนนี้ Spec ของเครื่อง PS5 ให้มาว่ามี Slot รองรับ NVMe SSD แต่ไม่มีรายละเอียดของขนาด ส่วนทางเครื่อง Xbox ก็ให้ข้อมูลแค่ว่ารองรับการ์ดเสริมขนาด 1TB แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดของชนิด Storage แต่ถ้าให้คาดเดากันก็ต้องบอกว่าทั้ง 2 ค่ายคงจะรองรับ Storage เสริมในแบบ NVMe SSD ขนาด 1TB เท่ากันทั้งคู่

Xbox Serie X

———-

External Storage

PS5 – USB HDD Support

XBX – USB 3.2 HDD Support

ตัว Storage แบบภายนอก ที่ทั้ง 2 เครื่องแจ้งไว้ใน Specification นั้น ก็เป็นแบบ USB HDD ทั้งคู่ แต่ทางฝั่ง Xbox นั้นได้แจ้งรายละเอียดไว้เลยว่าเป็น USB 3.2 ซึ่งใหม่ล่าสุด แต่ว่าทาง PS5 ไม่ได้ใส่รายละเอียดไว้ให้แต่กคาดว่าน่าจะเป็น USB 3.2 ไม่ต่างกัน ซึ่งเจ้า External Storage นี้ก็สามารถใส่เกมไว้เพื่อเสียบกับตัวเครื่องเพื่อเล่นได้ โดยสำหรับยกนี้ทาง Xbox X ได้ทำการเปิดตัว USB 3.2 ขนาด 1TB ของ X Serie ออกมาก่อนแล้ว ซึ่งทำให้พวกเขานำหน้าทางฝั่ง PS5 อยู่เล็กน้อย

Xbox Serie X External Storage

———-

Backwards Compatibility

PS5 – PS4 Pro, PS4 (Legacy)

XBX – Xbox, Xbox 360, Xbox One

เรียกว่าขาดไม่ได้เลยสำหรับ Backwards Compatibility หรือการเล่นเกมของเครื่อง Gen เก่า ซึ่งในเรื่องนี้ต้องบอกว่าเครื่อง Xbox Serie X เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากทาง Xbox และ Microsoft ได้ทำการวิจัยและวางแผนในเรื่องนี้มาหลายปีเพื่อให้เครื่อง Xbox Serie X สามารถเล่นเกมของเครื่อง Gen เก่าให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อีกทั้งเทคโนโลยีและระบบการผลิตของเครื่อง Xbox นั้นได้ใช้รูปแบบเดิมซึ่งคล้ายกับเครื่อง PC มาโดยตลอด ซึ่งมันก็ส่งผลให้เครื่อง Xbox Serie X สามารถเล่นเกมของเครื่อง Xbox, Xbox 360, และ Xbox One ได้ทั้งแบบ Digital และแบบ DVD Disk รวมไปถึงบางเกมยังสามารถเพิ่มความคมชัดได้สูงสุดถึง Full HD 60fps หรือแม้แต่ 4K 60fps เลยก็มี ต่างกับเครื่อง PlayStation 5 ที่ทาง Sony ได้มีการปรับเปลี่ยนระบบและเทคโนโลยีการผลิตที่ต่างออกไปจากเครื่อง Gen เดิมตั้งแต่ PS3 มา PS4 ซึ่งมันส่งผลให้เครื่อง PlayStation 4 ไม่สามารถเล่นเกมของ PlayStation 3 ได้ และมันก็ส่งผลมาถึงเครื่อง PlayStation 5 ด้วยนั่นเอง โดยทาง Sony แจ้งไว้ว่าจะสามารถเล่นเกมในแบบ Backwards Compatibility ได้เฉพาะแค่ PS4 Pro Legacy และ PS4 Legacy เท่านั้น แต่แฟน ๆ ของเครื่อง PlayStation ก็อย่างเพิ่งน้อยใจ เพราะในเรื่องนี้ทาง Sony ได้มอบหมายให้บริษัท Bluepoint Games ได้ไปดูถึงความเข้ากันได้ของเครื่อง PlayStation 5 กับเกมใน Gen เก่าในด้านความเป็นไปได้ที่จะเล่นได้ในเครื่อง Gen ล่าสุดนี้ แต่ด้วยข้อจำกัดในเรื่องระบบเครื่องที่ไม่เหมือนกันไปแล้วทำให้ผลที่ได้น่าจะออกมาในรูปแบบโปรแกรมจำลองเสมือนของเครื่อง Gen เก่าหรือก็คือ Emulator นั่นเอง

PlayStation 5 Backwards Compatibility

———-

จากผลเปรียบเทียบข้างต้นก็คงต้องบอกว่าโดยรวมแล้วเครื่อง Xbox Serie X นั้นเหนือกว่าเครื่อง PlayStation 5 อยู่หลายด้านเลยทีเดียวทั้งในเรื่องความเร็วของตัวประมวลผลหลัก ความเร็วของตัวประมวลผลภาพ ขนาดของ Memory Bandwidth หรือในเรื่องของการเล่นเกมใน Gen เก่าได้ ซึ่งสรุปได้ว่าเครื่อง Xbox Serie X ชนะไปด้วยคุณสมบัติโดยรวมของเครื่อง และก็จะนำมาสู่คำถามที่ว่า “ควรซื้อเครื่องไหนดี” นั่นเอง ซึ่งในเรื่องนี้ก็ต้องนำเอาข้อมูลข้างต้นมาเทียบเคียงกับราคาของตัวเครื่อง 2 ค่ายว่าคุ่มค่ามากน้อยเพียงใด โดยทีมงาน Gamerr จะขอแยกเป็น 2 โจทย์เพื่อให้แฟนเกมได้ตัดสินใจกัน

ราคา

อย่างที่ทราบกันดีว่าเครื่องเกม Gen ใหม่ทั้ง 2 ค่ายนี้ยังไม่ได้ประกาศราคากลางออกมาอย่างเป็นทางการ โดยทั้งคู้ได้มีหมายกำหนดการเปิดขายไว้ในช่วงปลายปี 2020 นี้เหมือนกันทั้งคู่ แต่หากมองกันในด้านการตลาดแล้วก็น่าจะมีราคาอยู่ราว ๆ 16,000 บาท – 20,000 บาท และน่าจะแบ่งราคาตามขนาดของ Internal Storage และประเภทระหว่างแบบ Standard และแบบ Digital ซึ่งในที่นี้คาดว่าราคาระหว่าง PlayStation 5 และ Xbox Serie X คงไม่ต่างกันมากอย่างมีนัยสำคัญ

เกม Exclusive

ทางด้านเกมเฉพาะเครื่องหรือ Exclusive Game นั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าทางฝั่ง PlayStation นั้นถือว่าเหนือกว่ามากเลยอย่างเห็นได้ชัด มีเกมดัง ๆ สนุก ๆ หลายเกมที่ผลิตมาให้กับเครื่อง PlayStation โดยเฉพาะเท่านั้นหลายต่อหลายเกม อย่างเช่นเอาที่รู้จักกันดีก็อย่างเช่นเกม Bloodborne, Until Dawn, Yakuza 6: The Song of Life, Infamous Second Son, Death Stranding, The Last of Us, The Last of Us II, หรือแม้แต่ Final Fantasy VII Remake ที่โด่งดัง ก็เป็นเกมที่เป็น PlayStation Exclusive ทั้งสิ้น ซึ่งถึงแม้ว่าบางเกมจะมีการพอร์ทมาลงให้กับเครื่อง Console อื่นในภายหลังก็ตาม แต่การเล่นก่อน รู้เนื้อเรื่องก่อนนั้นย่อมมีความหมายและตื่นเต้นกว่า หลีกเลี่ยงการสปอยเนื้อเรื่องได้ดีกว่านั่นเอง ยิ่งสำหรับกลุ่ม Streamers แล้วด้วยนั้นต้องถือว่าการ Steam Game ที่ยังสดใหม่เพิ่งวางจำหน่ายนั้นมีมูลค่ามากกว่า และมีโอกาสที่ผู้ชมจะสูงกว่ารอให้มีการพอร์ทเกมไปลงแพล์ตฟอร์มอื่น แต่ทางฝั่ง Xbox Serie X นั้นเรียกว่าไม่มี Exclusive Game เลยก็ว่าได้ เพราะส่วนใหญ่จะผลิตเกมให้เล่นได้ทั้งในเครื่อง Xbox และในเครื่อง PC ซึ่งทาง Microsoft เป็นเจ้าของระบบ OS อยู่นั่นเอง

สรุปได้ว่าทั้งเครื่อง PlayStation 5 และเครื่อง Xbox Serie X นั้นก็มีจุดเด่นจุดขายในแบบของตัวเองอยู่ทั้งคู่ ซึ่งแฟนเกมคงต้องชั่งน้ำหนักเอาเองว่าหากต้องเลือกซื้อจริง ๆ จะเลือกซื้อฝั่งไหนดี ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้ก็คงมีส่วนช่วยในการตัดสินใจเลือกซื้อของแฟนเกมได้ไม่มากก็น้อย แต่หากถามตรง ๆ ว่าทีมงานแนะนำให้ซื้อเครื่องไหนจริง ๆ แล้วล่ะก็ คงต้องบอกว่าแฟนเกมตัวจริงก็ต้องซื้อทั้ง 2 เครื่องไปเลย