เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าระบบ 5G ที่กำลังเป็นกระแสโลกอยู่ในขณะนี้นั้น ได้มีการทดสอบจากประเทศผู้นำทางนวัตกรรมมาแล้วหลายประเทศ แม้จะยังไม่ได้ใช้งานจริงแต่ผลทดสอบก็ออกมาแทบจะตรงกันว่า ทั้งความเร็ว ความแรง และความเสถียร สูงมากกว่าชนิดที่ว่า Wi-Fi นั้นเทียบไม่ติดฝุ่น ซึ่งถ้าหากว่าในอนาคตมีการนำนวัตกรรม 5G มาใช้งานอย่างจริงจังและแพร่หลายแล้วล่ะก็ อาจทำให้ระบบ Wi-Fi กลายเป็นระบบที่ล้าหลังและอาจถึงขั้นเลิกใช้ไปเลยก็ได้

5G

Azhar Hussain – CEO ของ HANHAA บริษัทชั้นนำด้าน IoT ได้ให้สัมภาษณ์กับเว็ปไซต์ sprectum.ieee ไว้ว่า
“จุดจบของระบบ Wi-Fi นั้นได้ใกล้เข้ามาแล้ว ผมคิดว่าการจัดสรรโครงข่ายในกลุ่มอย่าง เทศบาล มหาวิทยาลัย บริษัทและองค์กรขนาดเล็กต่าง ๆ นั้น สามารถสร้างเครือข่ายส่วนตัวได้เองด้วยระบบ 5G ซึ่งมีความเสถียร และมีความหน่วงของสัญญาณที่น้อยมาก ซึ่งความรวดเร็วและความสะดวกในการใช้นี้จะทำให้ผู้ใช้เหล่านั้นเปลี่ยนมาใช้ระบบ 5G แทนระบบ Wi-Fi นั้นเอง แม้ค่าบริการของระบบเครือข่ายจะสูงกว่าค่าอินเตอร์เน็ต แต่ในอนาคตค่าบริการเหล่านั้นจะถูกลงตามกลไกการแข่งขันของตลาด อาตจะต้องใช้เวลานานปลายปีกว่าระบบเครือข่ายดังกล่าวจะใช้งานอย่างแพร่หลาย แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของการเลิกใช้ Wi-Fi”

Azhar Hussain

ทั้งนี้อุปกรณ์เกินครึ่งที่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตบนระบบ Cloud นั้น เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตมือถือมากกว่า Wi-Fi เสียอีก เนื่องจากมีความสะดวกและง่ายกว่า เรื่องระบบทั้งหมดจะไปอยู่ที่เครือข่ายผู้ให้บริการเสียส่วนใหญ่ ส่วนระบบ Wi-Fi ยังต้องมีการพึ่งการมีส่วนร่วมของผู้ใช้บริการอยู่ในบางกรณี ซึ่งอุปกรณ์เชื่อมต่อ Wi-Fi บางชิ้นอาจพบเจอปัญหาการเชื่อมต่อล้มเหลวในครั้งแรก และปัญหาสัญญาณขาดหายในบางช่วง ทำให้บริษัทชั้นนำหลายเจ้าต่างต้องพัฒนาอุปกรณ์เหล่านั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายต่อหลายรุ่นเพื่อแก้ปัญหานี้ ซึ่งในอนาคตก็ยังคงเจอปัญหาเดิมเนื่องจากเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตนั้นก้าวหน้าไปทุก ๆ ปี

แต่ถึงอย่างไรระบบ 5G นั้นก็คงยังต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย และระบบ Wi-Fi ก็คงยังไม่ถูกกลืนไปง่าย ๆ ในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน ในองค์กรหรือบริษัทขนาดเล็กรวมไปถึงระบบราชการที่ไม่ต้องการความเร็วและความเสถียรของสัญญาณอินเตอร์เน็ตมากมายนัก ก็คงยังยืนพื้นใช้ Wi-Fi ในระบบต่อไปอีกนานเนื่องจากค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่านั่นเอง