เบสิคของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพประกอบไปด้วย ผู้สงสาร สาร สื่อ และผู้รับสาร ซึ่งในปัจจุบันเมื่อโลกมีอายุที่มากขึ้นมนุษย์ก็พร้อมที่จะยกระดับความสามารถของตัวเองเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกัน และในขณะเดียวกันนั้นก็จะมีคนพูดมากขึ้นเช่นเดียวกัน จนในที่สุดการรับฟังเป็นเรื่องที่ยากเกินไปเสียแล้ว

ผู้เขียนไม่แน่ใจว่าหลายคนเคยได้ยินคำนี้กันมาบ้างหรือไม่ “ปัญหาจะเบาลงหากมีคนรับฟัง” ยกตัวอย่าง หากวันหนึ่งเพื่อสนิทของคุณเขามาปรึกษาคุณเรื่องความสัมพันธ์ของเขากับคนรักของเขา อาจเป็นเรื่องที่ดีหรือไม่ดีก็ตามแต่แล้วคนที่มาปรึกษาคุณเขาก็มักจะชอบพูดว่า ฉันควรจะทำอย่างไรดี? ซึ่งแน่นอนคุณก็ให้ได้แค่ความเห็นของคุณเท่านั้นคุณไม่สามารถลงรายละเอียดเพื่อแก้ปัญหาของเขาให้ได้อย่างถูกจุด หากคุณไม่ใช่นักแก้ปัญหาระดับมืออาชีพหรือนักจิตวิทยา

ถึงอย่างไรเพื่อนที่เขามาปรึกษาคุณนั้นและที่รู้คำตอบดีว่าเขาควรจะแก้กับปัญหานั้นอย่างไร แต่ที่เขามาปรึกษาบางครั้งเขาก็แค่ต้องการคนที่รับฟังปัญหาของเขาเท่านั้นเอง คุณไม่จำเป็นต้องไปมีส่วนเกี่ยวข้องเลยด้วยซ้ำ ผู้เขียนมีอีกกรณีศึกษาหนึ่งอยากจะนำมาถ่ายทอดให้อ่านกัน

กรณีศึกษา

สามีกับภรรยามือใหม่คู่หนึ่งมีชีวิตคู่ที่มีความสุขกันมาโดยตลอด แต่ทั้งคู่มักจะมีปัญหากันทุกครั้ง ย้ำว่าทุกครั้งในเวลาที่พวกเขาร่วมรักกัน ซึ่งปัญหาของพวกเขาก็คือ ฝ่ายชายอยากร่วมรักกับภรรยาของเขาในขณะที่เปิดไฟแต่ภรรยาของเขาไม่ยอมที่จะร่วมรักกับสามีในขณะที่เปิดไฟต้องปิดไฟเท่านั้นถึงจะร่วมรักกันได้ กลับกลายเป็นปัญหาเรื้อรังในชีวิตคู่ พวกเขาต้องทะเลาะและเถียงกันทุกครั้งตลอดระยะเวลาการใช้ชีวิตร่วมกัน

ซึ่งในกรณีศึกษานี้เขาให้เหตุผลของฝ่ายชายเอาไว้ว่า ฝ่ายชายเพียงต้องการชื่นชมความสวยงามเรือนร่างภรรยาของเขาเพราะเขารู้สึกหลงใหลเธอมาก ให้อีกมุมหนึ่งกรณีศึกษานี้เขาก็ให้เหตุผลฝ่ายหญิงเอาไว้ว่า เธอนั้นรู้สึกไม่มั่นใจในเรือนร่างตัวเองเลย เธอไม่ได้มีหุ่นที่สวยเป๊ะเหมือนผู้หญิงคนอื่น ๆ เขาและที่สำคัญฝ่ายชายก็ไม่เคยชมเธอว่าสวยอีกด้วย มันเลยส่งผลให้เธอรู้สึกไม่มั่นใจหากเวลาร่วมรักกับสามีตัวเองแล้วเขาต้องเห็นเรือนร่างของเธอในขณะที่เปิดไฟ

จนสุดท้ายสามีและภรรยาพากันฝูงมือไปพบกับผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเข้าใจปัญหานี้เป็นอย่างดีเขาก็เลยให้ฝ่ายชายบอกเหตุผลไปว่าที่ต้องการร่วมรักกับภรรยาในขณะเปิดไฟเป็นเพราะสาเหตุอะไร พร้อมให้ฝ่ายภรรยาเป็นผู้รับฟัง และทำกลับกันให้สามีเป็นฝ่ายรับฟังเหตุผลจากภรรยาของเขาบ้าง แน่นอนว่าบทสรุปมันไม่ยากเลยพวกเขาทั้งสองกลับมาร่วมรักกันได้อย่างมีความสุขต้นเหตุเพียงเพราะทั้งคู่เลือกที่จะเป็นแต่ผู้พูดไม่คิดที่จะเป็นผู้ฟังบ้างก็เท่านั้นเอง

อาชีพที่ใครหลายคนมองข้าม

เชื่อว่าหลายท่านอาจเคยได้ยินอาชีพนี้กันมาพอสมควรกับอาชีพ “พีอาร์ ร้านเหล้า” (ผู้เขียนต้องขออภัยหากใช้คำที่ไม่สุขภาพหรือไม่เหมาะสมเพียงต้องการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนเท่านั้น) สำหรับอาชีพนี้มุมมองของแต่ละคนก็อาจจะแตกต่างกันออกไปซึ่งก็ขึ้นอยู่กับวิญจารณญาณของแต่ละบุคคล แต่หากมองในมุมกลับและมองให้ลึกลงไปอาชีพนี้นี่และที่เป็นอาชีพผู้รับฟังที่ดีถึงแม้ว่ามันจะเป็นหน้าที่และบทบาทที่เขาได้รับก็ตาม

ในแทบจะทุก ๆ วันของการทำงานของเธอจะต้องพบเจอผู้คนมากหน้าหลายตาสารพัดเรื่องจะเล่า พวกเธอต้องเป็นผู้รับฟังที่ดีไม่ว่าเรื่องเหล่านั้นมันจะไม่ได้ถูกใจเธอก็ตาม เธอต้องหัวเราะเธอต้องเศร้าเธอต้องปรบมือส่งเสียงโห่ร้องไปพร้อม ๆ กับคุณ

สิ่งที่ผู้เขียนพยายามจะอธิบายก็คือ พวกเราควรมีบทบาทให้คล้ายกับอาชีพที่กล่าวไปเมื่อกี้คือการหัดเป็นผู้รับฟังบ้าง ในเมื่อคุณเป็นผู้พูดได้ฉะนั้นคุณก็จะต้องเป็นผู้รับฟังบ้าง และรับฟังอย่างเปิดใจมิใช่ตั้งแง่ใจอคติตั้งแต่เริ่มบทสนทนา และสิ่งเหล่านี้สามารถนำไปปรับใช้ได้กับทุกบทบาทในชีวิตและทุกเรื่อง ไม่ว่าจะ งาน,เกม,ครอบครัว,เพื่อน ฯลฯ

สังคมเมื่อมีผู้พูดมากฉันใด สังคมก็ต้องมีผู้ฟังมากฉันนั้น แล้วเราจะอยู่กับอย่างเสถียรภาพ ของคุณครับ