YouTube กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญภายในปี 2020 ที่กำลังจะถึงนี้หลังจากที่มีข่าวมาพักใหญ่กับการสร้างเนื้อหาเกี่ยวกับเด็ก ทั้งเรื่องของการมองเห็นและที่สำคัญการสูญเสียรายได้จากยูทูป ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรบ้างนั้นตามมาพร้อมกัน
ต่อไปนี้การที่คุณจะทำการอัพโหลดวีดีโอลงยูทูป ยูทูปจะถามคุณว่า “วีดีโอนี้สร้างมาเพื่อเด็กหรือไม่” และมี 2 คำตอบให้คุณเลือกว่า ใช่ หรือ ไม่ใช่ คุณก็ต้องเลือกว่าเนื้อหาในวีดีโอที่คุณกำลังจะอัพโหลดลงไปนั้นมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเด็กหรือไม่อย่างไร
แล้วถ้าตอบผิด หรือ เลือกที่จะไม่ตอบจะเกิดผลอย่างไร?
ในกรณีแรกหากคุณตอบผิด หรือตอบไปมั่ว ๆ ไม่ได้สนใจว่ายูทูปจะคิดอย่างไร ยูทูปให้ประโยคนี้ไว้กับผู้ที่ฝ่าฝืน “take action on your YouTube account” เป็นความหมายกว้าง ๆ ประมาณว่าหากคุณให้ข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อหาวีดีโอผิด ยูทูปก็อาจจะทำอะไรบางอย่างกับบัญชีหรือช่องยูทูปของคุณ อาจจะปิดการสร้างรายได้,กั้นการมองเห็น,หรือถึงขั้นยกเลิกบัญชียูทูปของคุณไปเลยก็สามารถเป็นไปได้เช่นเดียวกัน
ส่วนในกรณีที่สอง หากคุณเลือกที่จะเพิกเฉยคำตอบที่ยูทูปต้องการ ยูทูปจะมีระบบ AI ที่จะคอยตรวจสอบว่าวีดีโอที่คุณกำลังจะอัพโหลดนั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับเด็กหรือไม่อย่างไร ซึ่งยูทูปจะเลือกให้ตรงกับเนื้อหาหรือไม่ตรงย่อมมีความเป็นไปได้ ทางที่ดีคุณควรเลือกด้วยตัวเองน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
วีดีโอที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเด็กต้องมีลักษณะอย่างไร?
ยูทูปได้จำแนกหัวข้อไว้ให้ชัดเจนพอสมควรว่าถ้าหากวีดีโอที่คุณกำลังจะอัพโหลดมีเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งเข้าค่ายหัวข้อต่อไปนี้อาจมีเนื้อหาที่เกี่ยวกับเด็กก็เป็นได้
1.ชื่อเรื่องของวีดีโอ – ในส่วนของชื่อคลิปตามที่เราเข้าใจกันต้องไม่มีเนื้อหาที่จะสื่อสารเกี่ยวกับเด็กหรือการบ่งบอกที่เฉพาะเจาะจงอย่างเช่นคำว่า สำหรับเด็กประถมวัย,เฉพาะเด็กวัยอนุบาล ฯลฯ หากชื่อวีดีโอของคุณมีคำในลักษณะนี้ยูทูปอาจมองว่าวีดีโอของคุณจัดอยู่ในประเภทคลิปเด็ก
2.เนื้อหาภายในวีดีโอ – หากคุณพยายามที่จะหลีกเหลี่ยงยูทูปทุกวิถี่ทาง ไม่ตั้งชื่อคลิปเกี่ยวกับเด็ก หรือไม่มีเนื้อหาส่วนไหนของทั้งวีดีโอพูดถึงเด็กแต่เนื้อหาในคลิปของคุณอาจกำลังเป่าลูกโป่งหลากสีบรรยายกาศเป็นไปด้วยความสนุกสนาน หรือนั่งเล่นของเล่นต่าง ๆ ยูทูปอาจมองว่าวีดีโอของคุณนั้นเกี่ยวข้องกับเด็กก็ได้
3.ในวีดีโอของคุณมีเด็กประกอบอยู่ในวีดีโอ – ข้อนี้ค่อนข้างชัดพอสมควร
4.วีดีโออาจมีคนมีชื่อเสียง หรือของเล่นที่ทำให้เด็กสนใจ – คือคุณอาจไม่ได้นำเด็ก ๆ มาเล่นหรือพูดคุยในวีดีโอ แต่ฉากหลังวีดีโอของคุณอาจมีสิ่งดึงดูดสายตาเด็ก ๆ เช่นหุ่นโมเดลการ์ตูนสวย ๆ ตัวมาสคอตมายืนเต้น แบบนี้ยูทูปก็อาจพิจารณาวีดีโอของคุณเช่นเดียวกัน
5.การใช้ภาษาภายในวีดีโอ – คำว่าใช้ภาษาใน ณ ที่นี่ก็คือ ใช้ภาษาในลักษณะที่พยายามจะสื่อสารกับเด็กหรือไม่อย่างไร หรือพยายามจะพูดให้เด็กเกิดความเข้าใจและสนใจ ซึ่งตีความยากพอสมควรกับหัวข้อนี้ ว่ายูทูปจะใช้เกณฑ์ในรูปแบบไหนในการตัดสิน
6.กิจกรรมที่เกี่ยวกับกับเด็ก – กลอน,เพลง,การละเล่น,การแสดง,นิทาน,หรือแม้กระทั่งเกมที่เกี่ยวกับเด็ก
อายุเท่าไหร่ถึงเรียกว่า “เด็ก”
ทางยูทูปเองก็ได้กำหนดเกี่ยวกับระดับอายุเอาไว้ว่าหากใครก็ตามที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปีลงมาให้ถือว่าผู้นั้นมีสถานะเป็นเด็กทันที เพื่อการคุ้มครองจาก FTC
หากวีดีโอของเราถูกจัดอยู่ในประเภทเนื้อหาที่เกี่ยวกับเด็กจะเกิดอะไรขึ้น?
1.ถูกปิดกั้น “Personalised Ads” (แทบจะเป็นช่องรายได้ทางหลักของวีดีโอเลยก็ว่าได้หากไม่นับเรื่องของสปอนเซอร์)
2.วีดีโอนั้นจะถูกปิดกั้น “Comments”
3.ถูกปิดกั้น “Channel branding watermark”
4.ถูกปิดกั้นการ Live ในกรณีที่ทั้งช่องยูทูปของคุณเป็นช่องประเภทเด็กโดยตรง
5.ถูกปิดกั้นการกดกระดริ่ง
6.ถูกปิดกั้นการทำวีดีโอเป็นเพลย์ลิตต์
ทั้งหมดทั้งมวลที่เราได้กล่าวมานั้นยูทูปจะเริ่มใช้จริงในวันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป








