Gigabyte เปิดตัว SSD สำหรับเครื่องเกม PlayStation 5 ในชื่อรุ่น Aorus Gen4 7000 Series ซึ่งมีราคาถูกหรือว่าย่อมเยาที่สุดที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นไปตามข้อกำหนดของ PlayStation 5 ซึ่งเข้ากันได้กับพอร์ต M.2 SSD ของเครื่อง PlayStation 5

Sony ได้แชร์รายละเอียดเกี่ยวกับการรองรับ M.2 SSD ของคอนโซล PlayStation 5 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากเปิดตัว SSD สำหรับขยายพื้นที่จัดเก็บข้อมูลรุ่นทดสอบ Beta และยังไม่มีกำหนดการณ์ที่แน่นนอนว่าจะเสร็จพร้อมสมบูรณ์เต็มที่ให้เผยแพร่ใช้งานได้สำหรับทุกคนเมื่อใดนั้น ในปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ในขณะเดียวกันนอกจาก Gigabyte แล้ว ก็ยังมีบริษัทจัดเก็บข้อมูลอีก 2 แห่งที่ได้ประกาศตัว hardware ที่เข้ากันได้สำหรับระบบรุ่นปัจจุบันของ Sony ยกตัวอย่างเช่น FireCuda 530 ของบริษัท Seagate ที่ติดตั้งฮีทซิงค์ระบายความร้อนในตัวโดยมีราคาแต่ระรุ่นความจุดังนี้
$169.99 สำหรับความจุ 500GB
$274.99 สำหรับความจุ 1TB
$569.99 สำหรับความจุ 2TB
$1,049.99 สำหรับความจุ 4TB
รุ่น WD_BLACK SN850 ของบริษัท Western Digital จะมีตัวเลือกที่ถูกกว่าเล็กน้อยในราคาอยู่ที่
ความจุ 500GB ราคา $139.99
ความจุ 1TB ราคา $249.99
ความจุ 2TB ราคา $429.99
โดยที่เมื่อพิจารณาถึงราคาของ PlayStation 5 ที่ประมาณ 400 ดอลลาร์ (รุ่นดิจิทัล) และ 500 ดอลลาร์ (รุ่นดิสก์) – ค่าใช้จ่ายของการส่วนขยาย SSD เหล่านี้ดูจะมีราคาสูงมากเมื่อเทียบกับราคาเครื่อง ในบางรุ่นราคาใกล่เคียงกับการซื้อเครื่องใหม่เลยด้วยซ้ำ แต่โชคยังดีที่ในตลาดของตัวเก็บข้อมูลเสริม SSD นั้นมีการแข่งขันกันหลายเจ้าซื่อก็จะทำให้ราคาถูกเบียดต่ำลงมาได้เรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ Gigabyte ประกาศตัว Aorus Gen4 7000 Series ที่มีราคาถูกที่สุดในตลาดเข้ามาเป็นทางเลือกให้ผู้ซื้อ

https://twitter.com/AorusOfficial
Twitter อย่างเป็นทางการของบริษัท (ตามรายงานจาก VGC) ระบุว่า Aorus Gen4 7000 series SSD ตอบสนองทุกความต้องการเฉพาะของ PlayStation 5 ซึ่งจะมีความเร็วในการอ่านอยู่ที่ 5,500+ mb/s โดยวัสดุจะเป็น “อะลูมิเนียมแบบสองด้าน ซึ่งออกแบบมาเพื่อระบายความร้อน” และความจุในการจัดเก็บที่แตกต่างกันสองแบบได้รับการยืนยันแล้วว่าในรุ่น 1TB จะมีราคาอยู่ที่ $200 และตัวเลือกสำหรับการขายปลีกรุ่น 2TB จะมีราคาอยู่ที่ $400 ซึ่งถูกที่สุดในตลาดเวลานี้
แม้จะมีตัวเลือกที่ถูกกว่าเพิ่มเข้ามาสู่ตลาดแต่คาดว่ายังไม่จบแค่นี้แน่เนื่องจากการพัฒนาและทดลองการสนับสนุนพอร์ต M.2 SSD บน PlayStation 5 นั้นกำลังอยู่ในช่วง Beta ซึ่งยังไม่แน่ว่าสินค้าของเจ้าไหนจะเข้ากันได้กับเครื่องเกมรุ่นใหม่นี้ได้ดีกว่ากัน ในอีกไม่กี่สัปดาห์หรือหลายเดือนข้างหน้าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงของตลาดเข้ามาปันปัจจัยทางเลือกใหม่ให้กับผู้ซื้อเพิ่มมาดขึ้นอีกก็ได้ อีกทั้ง Sony ยังต้องเตรียมรับมือกับผลกระทบจากผู้ใช้จริงหากมีการอัพเดท Software ให้เครื่อง PlayStation 5 ใช้งานพอร์ท M.2 SSD เต็มรูปแบบขึ้นมาแล้ว ซึ่งถือว่าน่าจะเป็นงานที่หนักว่ามากอย่างแน่นอน
ที่มา: https://screenrant.com



