เมื่อใกล้ถึงวันเปิดตัวเกมเข้าไปทุกที ทางทีมงาน Ubisoft Montreal ก็ได้ปล่อยข้อมูลเพื่อเรียกน้ำย่อยแฟนเกม Assassin’s Creed Valhalla เพิ่มเติม โดยครั้งนี้ได้ปล่อยข้อมูลเพิ่มเติมของระบบการสร้างหมู่บ้านไวกิ้ง Ravensthorpe ว่าหมู่บ้านดังกล่าวไม่ได้เป็นแค่ค่ายพักให้กับ Eivor เท่านั้น แต่จะเป็นเหมือนจุดศูนย์กลางการที่มีการเล่าเรื่องภายในเกมคล้ายกับระบบของเกม RPG

Assassin’s Creed Valhalla, Ravensthorpe

Assassin’s Creed Valhalla ภาคล่าสุดของเกมซีรีส์กำลังจะนำฟีเจอร์ของ Assassin’s Creed 2 ที่คล้ายกับ Ezio เคยใช้ใน Monteriggioni โดยในภาค Valhalla นั้นตัวเอก Eivor จะตั้งถิ่นฐานของไวกิ้งในถิ่นบริเตนโบราณ (Ancient Britain) โดยจะใช้ชื่อว่า Ravensthorpe แต่หมู่บ้านไวกิ้งนี้จะไม่ใช่แค่เป็นที่พำนับพักพิงของตัวละครเอกเท่านั้น แต่จะเป็นเหมือนศูนย์กลางการดำเนินเรื่องและมีฟีเจอร์เพิ่มเติมอีกมากคล้ายกับระบบของเกมเกม RPG โดยรวม อีกทั้งยังจะสามารถปรับแต่ง Ravensthorpe ได้ทั้งรายละเอียดภายในรวมถึงขนาดของพื้นที่ซึ่งจะส่งผลต่อตัวละคร Eivor มากยิ่งขึ้นในหลาย ๆ ด้าน

David Bolle ผู้เป็น Level Designer ของภาค Valhalla ได้อธิบายถึงการสร้างหมู่บ้านไวกิ้งของเกมดังกล่าวนี้ว่า Ravensthorpe จะไม่ใช่แค่เป็นเหมือนแหล่งตุนเสบียงต่าง ๆ ให้กับผู้เล่นเท่านั้น ผู้เล่นสามารถเลือกสร้างอาคารต่าง ๆ เองได้จากโครงสร้างที่มีฟังก์ชั่นของตัวเองใน Ravensthorpe ซึ่งจะประกอบไปด้วย ร้านตีเหล็กเพื่ออัพเกรกอาวุธ, ค่ายฝึกทหารสำหรับฝึกอบรมนักรบไวกิ้งและใช้ในการแต่งตั้งผู้นำของกองทหาร, คอกม้าสำหรับฝึกและปรับแต่งพาหนะ, กรงนกขนาดใหญ่สำหรับปรับแต่งอีกา Raven ของ Eivor, ร้านค้าขายทรัพยากรและอื่น ๆ, อาคารที่พักให้กับผู้อยู่อาศัยเพิ่มเติม, และยังมีอาคารไว้สำหรับบริการผู้เล่นโดยเฉพาะเช่น ที่พักส่วนตัวของ Eivor, ที่ปรับแต่งตัวละคร, และร้านเพิ่มรอยสักเป็นต้น

Assassin’s Creed Valhalla, Ravensthorpe

นอกจากนี้ David Bolle ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงการสร้าง ร้าน Bakery และอู่ต่อเรือ โดยที่ทั้งหมดนั้นสามารถอัพเกรดได้ด้วย ซึ่งการอัพเกรดอาคารและร้านต่าง ๆ ใน Ravensthorpe นั้น จะส่งผลต่อการเพิ่มระดับกองกำลังของ Eivor ได้ด้วยทั้งทางตรงและทางอ้อมเช่น ฟาร์มจะให้อาหารสำหรับงานเลี้ยงที่จะเพิ่มประสิทธิภาพหรือ buff พลังต่อสู้กับนักรบของ Eivor ก่อนออกเดินทาง, อาคาร Hidden Ones ของพวก Hytham สมาชิกของ Proto-Assassin Order ผู้ชี้เป้าหมายให้กับ Eivor เพื่อที่จะจัดการศัตรูร่วมอย่าง Order of Ancients หรือที่รู้จักกันในชื่อ Proto-Templar Order

Assassin’s Creed Valhalla, Ravensthorpe

นอกจากนี้การสร้างอาคารต่าง ๆ ดังกล่าวยังไม่ใช่ทั้งหมดของ Ravensthorpe ยังมีระบบอื่น ๆ ที่ผู้เล่นสามารถทำได้ในหมู่บ้านไวกิ้งแห่งนี้อีกได้ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยกับผู้คนภายในหมู่บ้านที่อพยพหรือเกณฑ์มาจากถิ่นอื่นเพื่อได้มาถึงข้อมูลต่าง ๆ และเรื่องเล่าจากถิ่นที่อยู่เก่าของผู้คนเหล่านั้น เป็นภารกิจรองเพื่อออกไปหาอุปกรณ์และไอเทมใหม่ ๆ ซึ่งบางอย่างหายากหรืออาจจะนำไปสู่ดินแดนที่มี Boss ประจำถิ่นเฝ้าของมีค่าอยู่ อีกทั้งยังสามารถจีบ NPC ในหมู่บ้านเพื่อออกเดทกัน และยังรวมไปถึงสัตว์เลี้ยงอย่างแมวและสุนัขก็สามารถหาได้ในหมู้บ้าน Ravensthorpe แห่งนี้ และที่สำคัญก็คือตัวละครบางตัวจาก Main Campaign จะสามารถเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านนี้ได้ด้วย ซึ่งจะเป็นการเปิดเส้นทาง Questlines ใหม่ให้กับ Eivor ได้ด้วย

ด้วยเนื้อหาข้างต้นนั้น ทาง Ubisoft Montreal ตั้งเป้าหมายไว้ว่าต้องการให้หมู่บ้านไวกิ้ง Ravensthorpe นี้ เป็นเหมือนกับจุดศูนย์กลางของ Assassin’s Creed Valhalla มีมิติด้านต่าง ๆ กับผู้เล่นให้เป็นได้มากกว่าแค่สถานที่ไว้กลับมาเติมเสบียงหรือฟื้นพลังอย่างที่เคยเป็นมา และยังสามารถเจริญเติบโตหรือขยายใหญ่ขึ้นไปพร้อม ๆ กับการผจญภัยของ Eivor เพื่อให้ทั้งตัวละครและผู้เล่นมีความผูกพันธุ์กับหมู่บ้านไวกิ้ง Ravensthorpe มากขึ้นไปเรื่อย ๆ ในระหว่างที่เล่น Assassin’s Creed Valhalla นั่นเอง

Assassin’s Creed Valhalla มีกำหนดเปิดบริการในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2020 สำหรับแพลตฟอร์ม PC, PlayStation 4, Stadia, Xbox One และ Xbox Series X

สำหรับ PlayStation 5 จะให้บริการในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2020

ที่มา: gamerant.com