Assassin’s Creed Valhalla: Dawn of Ragnarök คือ DLC ล่าสุดที่ทาง Ubisoft ได้เปิดตัวออกมา ซึ่งในตำนานนอร์สครั้งใหม่นี้จะให้ผู้เล่นได้สวมบทบาทเป็น Eivor ผู้นำแห่ง Ravensthorpe ในเนื้อหาใหม่นี้ร่วม 35 ชั่วโมง ถือเป็นแคมเปญขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับเนื้อหา DLC ที่ผ่านมา โดยที่คนในวงการนั้นนำเอาเนื้อหา DLC ตัวใหม่นี้ไปเปรียบเทียบกับ God of War ของ Sony เกมเจ้าของรางวัล GOY 2018 ที่ได้รับการยกย่องอย่างมาก

Assassin's Creed Valhalla, Dawn of Ragnarök DLC, Jotunheim, Muspelheim, Surtr, Allfather of Nordic Myth

ล็อกโพสต์ล่าสุดบน PlayStation.com สรุปแผนงานสองปีของ Ubisoft สำหรับ Assassin’s Creed Valhalla โดยมีการยืนยันแล้วว่า Dawn Of Ragnarök ที่จะเป็น DLC ตัวใหม่ล่าสุดนั้นจะเปิดตัวในเดือนมีนาคมปีหน้า เรื่องราวใหม่นี้จะให้ผู้เล่นสวมบทบาทเป็นเทพเจ้า Odin ต้องปกป้องอาณาจักร Asgard จากกองกำลังผสมของยักษ์น้ำแข็งแห่ง Jotunheim และ Muspelheim ที่จ้องจะบุกรุก จากให้เนื้อหาเกมเก่าที่เคยให้ผู้เล่นได้รับบทเป็น Havi ซึ่งเป็นชาติที่แล้วของ Odin โดยกองกำลังที่มารุกรานนั้นจะนำโดย Surtr ปีศาจผู้มากับเปลวไฟอันร้อนแรง

Assassin's Creed Valhalla, Dawn of Ragnarök DLC, Jotunheim, Muspelheim, Surtr, Allfather of Nordic Myth

Ubisoft ระบุว่า Assassin’s Creed Valhalla: Dawn of Ragnarök จะมีเนื้อหาทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 35 ชั่วโมงในแผนที่ใหม่ซึ่งมีขนาดประมาณหนึ่งในสามของขนาดแผนที่เกมหลักในเกาะอังกฤษ โดยการผจญทั้งหมดในเนื้อหาใหม่นี้ Odin มีภารกิจที่ต้องจะไปช่วย Balder ลูกชายของเขาจากกองกำลังของ Surtr ซึ่งต้องมีการเกณฑ์กองกำลังคนแคระแห่ง Svartleheim เข้ามาร่วมด้วยเพื่อช่วยกอบกู้อาณาจักรทั้งเก้าแห่ง Asgard นอกจากนี้ในเนื้อหาใหม่ก็ยังมีรูปแบบการเล่นที่ผสมผสานกันทั้งในแบบลอบเร้นดั้งเดิมของ Assassin’s Creed และการต่อสู้ที่โหดเหี้ยมสไตล์ไวกิ้งอย่างเช่นเคยแต่ใน Dawn of Ragnarök นี้ พลังของ Odin จะได้รับการปลดล็อกพลังเหนือธรรมชาติที่หลากหลายยิ่งขึ้นกว่าเดิมเพื่อให้เหมาะสมกับสมยานาม Allfather of Nordic Myth (ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งตำนานนอร์ส) ยกตัวอย่างเช่นการกลายร่างเป็นอีกา Raven เพื่อสังหารศัตรูอย่างรวดเร็ว หรือแม้แต่การที่สามารถควบคุมพลังของศัตรูที่พิชิตได้ในการต่อสู้อีกด้วย โดยที่ Mariana Gosteva ผู้อำนวยการสร้างของ Ubisoft Sofia อธิบายว่าทักษะเหล่านี้จะให้โอกาสใหม่แก่ผู้เล่นในการวางกลยุทธ์และทดสอบพลังที่ยิ่งใหญ่ของ Odin รวมถึงเพิ่มระดับความสนุกใหม่ให้กับการเล่นเกม Assassin’s Creed ตามปกติอีกด้วย

จนถึงตอนนี้ Assassin’s Creed Valhalla ถือเป็นเกมที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟนเกมและนักวิจารณ์ทุกสาขา อีกทั้งยังเป็นเกมที่มียอดขายสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของแฟรนไชส์ Assassin’s Creed การมาถึงของ Dawn of Ragnarök น่าจะเป็นอีกหนึ่งการต่อยอดความสำหรับของเกมให้ดียิ่งขึ้นไปอีกได้ไม่ยาก การที่ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Allfather of Nordic Myth ที่มีพลังเหนือธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่คือประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดอย่างแน่นอน


ที่มา: https://screenrant.com